เบนเซม่า เตรียมเซ็นสัญญากับชุดขาวแล้ว

คาริม เบนเซม่า

หลังจากที่เปิดตลาดซื้อขายนักเตะมานั้นก็มีนักเตะหลายๆ คนที่กำลังอยากจะย้ายทีมออกไป เบนเซม่า เป็นหนึ่งในจำนวนมากเช่นกันนะครับซึ่งหนึ่งในนั้น

ทางด้านคาริม เบนเซม่า หนึ่งในนักเตะของทางด้านเรอัล มาดริดนั้น ก็เริ่มที่จะมีอนาคตไม่ดีกับทีมแล้วนะครับซึ่งก็มีข่าวว่าเจ้าตัวนั้นก็อยากจะย้ายทีมออกไปอยู่เช่นกัน

แต่ล่าสุดสำนักข่าวของ sportpools.in.th รายงานว่าทางด้านสโมสรก็เตรียมที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับเจ้าตัวโดยทางด้าน ซีเนดีน ซีดาน นั้นก็ยังคงมองเห็นความสำคัญของ คาริม เบนเซม่าอยู่

เนื่องจากเจ้าตัวนั้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะของทีมที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะเจ้าตัวนั้นก็มีส่วนที่จะช่วยทีมได้ดีเลยทีเดียว

เบนเซม่า ข่าวลือย้ายทีมเยอะมาก

 

ถึงแม้ว่าในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นเจ้าตัวอาจจะมีข่าวเกี่ยวกับการย้ายตัวมาอย่างต่อเนื่องแต่งานนี้ก็อาจจะได้เซ็นสัญญากับราชันชุดขาวแล้วนั่นเอง

คาริม เบนเซม่า นักเตะชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริดนั้น ซึ่งก็ใกล้ที่จะเซ็นสัญญากับทีมเพีมอีก 5 ปีแล้วนะครับ ซึ่งหลังจากที่ในก่อนหน้านี้นั้นเจ้าตัวก็มีข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

เบนเซม่า เตรียมเซ็นสัญญากับชุดขาวแล้วซึ่งในก่อนที่เจ้าตัวนั้นจะย้ายมาเล่นให้กับเรอัล มาดริดนั้นก็เคยเป็นนักเตะของทางด้าน โอลิมปิก ลียง มาก่อนนะครับในช่วงปี 2009 ก็ถึงจะมีโอกาสที่จะย้ายเข้ามาเล่นในถิ่นชุดขาวนั่นเอง

ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็สามารถที่จะทำฟอร์มการเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งผลงานที่ผ่านมานั้น คาริม เบนเซม่า ก็สามารถที่จะทำประตูไปได้มากถึง 180 ประตูด้วยกัน

จากการที่ลงไปแล้วถึง 365 นัด ตั้งแต่ที่ได้ย้ายมาเล่นให้กับ ราชันชุดขาว นั้นเจ้าตัวก็สามารถที่จะคว้าแชมป์ต่างๆ เอาไว้อย่างมากมายเลยนะครับ

แต่อย่างไรก็ตามนั้นความเป็นไปได้ที่ทางด้าน ซีเนดีน ซีดาน นั้นจะต่อสัญญาให้กับคาริม เบนเซม่านั้นก็มีความเป็นไปได้สูงนะครับเพราะเท่าที่ผ่านมานั้น

เจ้าตัวก็สามารถที่จะทำผลงานให้กับทีมได้อย่างน่าประทับใจเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งข่าวที่ออกมานั้นก็ดูเหมือนทางด้านต้นสังกัดนั้นก็จะต่อสัญญาให้ยาวถึง 5 ปีด้วยกันนั่นเอง

แก้ตามนั้นข่าว sportpools.in.th ยังรายงานต่อว่าที่ทางด้าน ซีดาน จะซื้อคีลิยัน เอ็มปัปเป้ มาเข้าร่วมทีมนั้น ที่จะเข้ามาแทนในการจากไปของ เบนเซม่าที่ในก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็อาจจะเก็บข้าวเก็บของออกจากทีมไปนะครับ

ซึ่งข่าวนี้ก็ดุเหมือนอาจจะไม่เป็นความจริงแล้วก็ได้เพราะยังไงงานนี้ทางด้านชุดขาวก็ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับ คาริม เบนเซม่าไปแล้วนั่นเองเอาเป็นว่าก็ต้องดูกันต่อไปนะครับว่าในซีซั่นหน้านั้น เบนเซม่า จะอยู่ร่วมทีมกับ เรอัล มาดริดอีกต่อไปหรือเปล่าก็คงต้องติดตามกันต่อไป…

Read more

ปืน Steyr Aug ปืนหวังผลในระยะกลาง

ปืน Steyr Aug ปืนหวังผลในระยะกลาง

Steyr Aug ถือเป็นปืนสัญชาติออสเตรีย ถูกออกแบบโดย Steyr Mannlicher Gmbh & Co Kg ในปีคริสต์ศักราชที่ 1970 โดยชื่อเต็มของปืน AUG ที่เรารู้จักกันก็คือ Armee Universal Gewehr หรือจะแปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Univesal Army Rifle ปืนนี้เป็นปืนสารพัดประโยชน์เหมาะแก่การรบทุกภาคสนามวัตถุประสงของการผลิตปืนขนิดนี้ก็คือทำมาแทนที่ Fn Fal ที่ประจำการอยู่ในขณะนั้น AUG มีรหัสเป็นทางการว่า STG 77 ต่อมากองทัพได้สั่งซื้อ Aug เข้ามาใข้งานในปี คริสต์ศักราช 1978 โดยถูกใข้งานโดยกองทัพออสเตรีย,ตำรวจพื้นที่,ทหารอาร์เจนติน่า ต่อมาออสเตรียจัดการซื้อพิมพ์เขียวเพื่อมาผลิดเอง

Aug นั้นมีหลายรุ่นแต่จุดเด่นหลักของทุกรุ่นก็คือการเป็นปืนอเนกประสงค์ เพื่อใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ชิ้นส่วนนั้นทำจาก โพลิเมอร์ ทำให้แข็งแรงและทนแต่มีน้ำหนักเบาและก็มีบางส่วนที่ยังเป็นเหล็กอยู่

Aug รุ่นแรกใช้ชื่อว่า Aug A1 ซึ่งมี 6 ส่วนประกอบได้นั่นก็คือ ลำกล้อง,โครงปืนด้านบนทำเป็นหูหิ้วและมีกล้องเล็งติดในตัว,ลูกเลื่อนและห้องลูกเลื่อน,พานท้ายและแม็กกาซีน ปืนAug A1 ทำงานด้วยระบบแก๊ซซึ่งกระบอกสูบนั้นอยู่ด้านขวาของปืนนี้นั้นเองโดยแก๊สจะไปผลักไกด์รอดข้างขวา เพื่อดันนกปืนให้ขัดกับเซียร์ไว้

AUG A1 สามารถทำงานได้ทั้งระบบ Full Auto และ Semi-Auto แต่ปืนนี้นั้นได้รับการติดตั้งระบบการห้ามไกเพื่อการตัดการทำงานของชุดลั่นไก อีกทั้งสามารถปรับแรงดันแก๊สได้ 3 ระดับ โดยระดับแรกใข้ยิงในสภาวะปกติ และแบบที่ 2 ยิงในสภาวะที่เลวร้ายในที่ที่สภาพอากาศนั้นย่ำแย่ โดยแบบที่ 3 จะเป็นการปิดการยิงเพื่อใช้งานการยิงลูกระเบิด ปืน ชนิดนี้นั้นมีแม็กกาซีนที่บรรจุลูกกระสุนได้ 30 นัด โดยใช้ลูก 5.56x45 mm Nato หรือกระสุน .223 ก็ได้น้ำหนักแม็กเปล่านั้น

Read more

ปืน SIG SAURE P226 สเป็คต่ำเหมาะแก่การใช้งาน

ปืน SIG SAURE P226 สเป็คต่ำเหมาะแก่การใช้งาน

ปืนพก SIG P226 นั้นเป็นปืนในตระกูล SIG SAURE ซึ่งก็มีทั้งปืนพกและปืนไรเฟิ่ลจู่โจมระยะกลาง ผลิตโดยบริษัทซาวเออร์ โดยกระสุนใช้งานได้หลายขนาดตั้งแต่ 9x19mm,.40 S&W,.357 SIG หรือ .22 ก็สามารถใช้งานได้กับตระกูล SAURE โดยปืนในตระกูลนี้มีหลายรุ่นและพัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ โดยมีปืนที่ต่อยอดจาก P226 ก็คือ P229 และ P228 โดยปืนทั้งหมดนี้ถูกพัฒนามาจากตัว P220 ซึ่งเปรียบสเมือนรุ่นต้นแบบ

โดยปืน SIG SAURE P226 นั้นเข้าร่วมในโครงการ XM9 ซึ่งก็ถูกสร้างขึ้นด้วยกองทัพสหรัฐ อเมริกา ในปี ค.ศ.1984 โดยกองทัพสหรัฐ อเมริกา นั้นกำลังมองหาปืนที่เข้ามาทดแทนหากปืน 1911 ปลดประจำการไปแล้วโดยเพียงแค่ 2 รุ่นเท่านั้นที่อยู่ในข่ายนั้นกือ SIG SAURE P226 และ Baretta M92F โดยปืน Baretta นั้นนิยมใช้การในกองทัพทั่วไปส่วนปืน P226 นั้นมักจะใข้กับแค่หน่วทำลายใต้น้ำ (Seal) โดยในภายหลังนั้นปืนชนิดนี้ลงนามสัญญาร่วมกับ JP ซาวเออร์ & Sohn เพื่ออำนวยความสะดอกในการส่งออกปืนรุ่นนี้ สำหรับปืน P226 นั้นกระทรวงกลาโหมของ สหรัฐอเมริกา ได้เป็นผู้นำเข้าปืนนี้ไปไว้ในโครงการ xm9

โดยปืน รุ่น P226 นั้นใช้กระสุนขนาด 9mm และมีชุดลั่นไกแบบ Short Reset Trigger ลำกล้องปืน 4.4 นิ้ว ระบบปฏิบัตรการจะให้ยิงออกทีละลูกหรือ 2 ลูกก็ได้แต่ในระบบยิงออกทีละ 2 ลูกจะทำให้ไกปืนมีความหนักมากขึ้นโดยน้ำหนักในการเหนี่ยวไกจะอยู่ที่ 10 ปอน ส่วนไกของการยิงทีละนัดจะใช้แรงเหนี่ยวไกที่ 4.4 ปอน P226

Read more

ปืน MP 5 เบากระทัดรัดเหมาะแก่การใช้งานจู่โจมเร็ว

ปืน MP 5 เบากระทัดรัดเหมาะแก่การใช้งานจู่โจมเร็ว

ปืน MP 5 นั้นเป็นปืนสัญชาติเยอรมัน โดยปืนนี้จุดเด่นจะอยู่ที่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง มีความแม่นยำที่ดีเลิศ อีกทั้งระบบยิงที่หลากหลายและสามารถเซฟความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ดีอีกด้วย โดยเป็นปืนกลเบาที่ใครบนโลกก็ต้องรู้จัก โดยผู้ผลิตปืน MP 5 ก็คือบริษัท H&K โดยปืนนี้เราจะเห็นเป็นที่นิยมใข้งานของพวก S.W.A.T. หรือ Seal หรือจะเป็นทหารฝ่าย Nato ก็ยังใช้งานปืนนี้ อาวุธชนิดนี้มีความทนทานที่ดีเยี่ยม แรงสะท้อนน้อยทำให้ผู้ใช้คุมปืนง่าย โดยหลายประเทศยังมีการสั่งปืนนี้มาประจำการในประเทศจำนวนมากซึ่งก็ไม่แว้นแม้แต่ประเทศไทยของเราเอง โดยปืนนี้สามารถที่จะใส่ตัวเสริมปืนได้มากพอสมควร โดยจุดเด่นของปืน MP 5 ทุกรุ่นนั้นจะมีแม็กชนิดพิเศษด้วยนั่นก็คือ Beta C-mag โดยในแม็กกาซีนดังกล่าวจะบรรจุลูกกระสุนจำนวน 100 นัด แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักเนื่องจากจุดเด่นของปืน MP 5 นั่นก็คือความเร็วและคล่องตัวแต่การใส่ Beta C-Mag จะทำให้ปืนต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นอย่างมากนอกจาก Beta C-Mag แล้วนั้นยังมียังมี Drum Mag แต่ก็ไม่มีอันไหนเป็นที่นิยมเท่ากับแม็กกาซีน 30 นัด

โดย แม็กกาซีน 30 นัด สามารถนำมาเป็นคลิปติดกันได้ 3 แม็กทำให้มีจำนวน 90 นัด และยังสามารถแปะกาวหนังไก่บริเวณรอบด้านแม็กกาซีน มันจะทำให้สามารถเปลี่ยนแม็กได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา

ต่อมาก็มีการพัฒนาจาก MP 5 เป็น MP5A3 โดยรุ่นใหม่นี้นั้นจะแตกต่างตรงพันท้ายที่สามารถปรับระดับได้ พร้อมด้วยเพิ่มการติดตั้งให้สามารถติดไฟฉายตรงบริเวณกระโจมมือได้อีกด้วย โดยรุ่นนี้ใช้งานกระสุนขนาด 9x19 mm. Luger

ปืนนี้ได้มีระบบปฏิบัติการ Blowback และ Closed bolt แต่ปืนนี้นั้นไม่มีระบบการยิงแบบ Semi-Auto ซึ่งผู้ผลิดใส่แต่ระบบการยิงแบบ Full Auto มาให้กับปืนนี้เท่านั้น มีอัตราการลั่นลูกกระสุนอยู่ที่ 800 นัดต่อนาที ซึ่งระยะหวังผลของปืนนี้คือ 25 เมตร โดยปืนนี้สามารถเพิ่มออฟชั่นให้กับปืนได้มากมายได้แก่ ไฟฉาย,ศูนย์เล็งเลเซอร์,

Read more

ปืน M4A1 ปืนที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหลายประเทศ

ปืน M4A1 ปืนที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหลายประเทศ

M4A1 คาร์บิน โดยปืนนี้ถูกออกแบบโดย ยูจีน สโตนเนอร์  โดยปืนขนิดนี้ความยาวที่น้อยและน้ำหนักที่น้อยกว่าตัว M16 เสียอีก โดยปืนนี้มีทั้งระบบ Single Fire หรือจะเป็น Auto Fire ก็สามารถที่จะใช้ได้เช่นกัน

ปืนนี้มีความเล็กกะทัดรัดและหน่วงลำกล้องด้วยแก๊ซ มีระบบระบายความร้อน และป้อนกระสุนจากแม็กกาซีนอีกทั้งยังสามารถเลือกที่จะปรับตัวพันท้ายให้มีความสั้นยาวเข้ากับตัวผู้ใช้ได้อีกด้วย โดยการปรับระดับทันท้ายสามารถปรับได้ 6 ระดับ

โดยในปัจจุบัน ปืน M4A1 นั้นถูกใช้แพร่หลายในหลายกองทัพไม่ว่าจะเป็นหน่วยจู่โจมทำลายใต้น้ำ หน่วยอากาศโยธิน โดยปืนนี้ถูกพัฒนาอย่างจริงจังในกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทที่เป็นผู้พัฒนานั่นก็คือโคลท์ โดยปืนนี้นั้นจะมีด้ามจับพร้อมศูนย์เล็งในตัวบนรางพิคาทินนี่ ซึ่งตอนนี้ด้ามจับสามารถถอดได้

ปืนนี้มีการออกแบบให้ใช้กระสุน 5.56 มม. สามารถทำงานในระบบแก๊ส และระบายความร้อนด้วยอาศ โดยตัวลำกล้องนั้นมีความยาว 14.5 นิ้ว ทำให้ทหารที่ใช้งานปืนนี้นั้นหมดปัญหาในการใช้งานในพื้นที่ ที่จำกัดอีกทั้งยังมีความแม่นยำที่สูงมากด้วยพลังทำลายก็เยี่ยมทีเดียว โดยมีระยะหวังผลอยู่ที่ 500 เมตร อัตตราการบิง 700-950 นัดต่อนาที ความเร็วปืน M4A1 จะอยู่ที่ 910 เมตรต่อวินาที โดยแม็กกาซีนของปืนนี้นั้นจะบรรจุลูกทั้งหมด 30 นัด

อีกทั้งปืนนี้นั้นยังสามารถที่จะใส่ลูกเล่นหรือ Mod ให้กับปืนได้อย่างมากไม่ว่าจะเป็นตัวเก็บเสียงเพื่อปฏิบัตรการในภารกิจที่ต้องการความเงียบหรือตัว Flash Hider ซึ่งตัวเสริมตัวนี้จะช่วยให้เราสามารถเก็บแสงไฟที่ออกจากปากกระบอกได้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งยังสามารถติดลำกล้องบนรางพิคาทินนี่ได้อีกด้วย โดยปืนนี้นั้นนิยมใช้งานกันอย่างมากในสงคราม อัฟกานิสถาน และสงครามอิรักและยังมีสงครามโคลัมเบียอีกด้วย

แต่จะแพร่หลายในหมู่นาวิกโยธินสหรัฐ นั้นเอง โดยปืนนี้นั้นมีพื้นฐานมาจาก M16 ซึ่งในเวลานั้นเป็นที่นิยมอย่างมากหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทหารสหรัฐอเมริกาก็ยังใช้งานมันในสงครามที่ทวีปเอเชียด้วย อย่างเช่น สงครามกับพวกเวียดนามที่ในเวลานั้นเราจะเห็นทหารสหรัฐอเมริกาใช้งาน M16 กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในปัจจุบัน M1A1 นั้นไม่มีระบบยิงเป็นชุดเหมือน M 16 แล้วแต่ได้ทดแทนด้วยระบบที่เป็นการยิงแบบ Auto เข้าไปแทนซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานมีการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัด

Read more

ปืน L85 ปืนจู่โจมของกองทัพอังกฤษ

ปืน L85 ปืนจู่โจมของกองทัพอังกฤษ

ปืนรุ่นนี้เป็นปืนประจำสัญชาติ อังกฤษ โดยเมื่อก่อนหน้านี้ปืนรุ่นนี้ในยุคแรกจะนิยมงานใช้งานกระสุน 7.7x56 mmr หรือ .303 British กระสุนชนิดนี้มักจะถูกใช้งานในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ตอนนี้เขาต้องการเปลี่ยนเพราะมันล้าสมัยจนเกินไป ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิดกระสุน 7x43mm หรือ .280 British ซึ่งเจ้าปืนชนิดนี้แหละที่ถูกออกแบบเพื่อปืน L85

โดยปืนในรุ่นแรกถูกออกแบบมาในรหัส Em 1 และ Em 2 ผู้ออกแบบคือ Stanley Thorpe และรุ่น Em3 ออกแบบโดย Major Eric Hall ส่วน Em4 ผู้ออกแบบคือ Dennis Burney ซึ่งตัวสุดท้ายนี้มีเพียงแค่พิมพ์เขียวเท่านั้น ซึ่งตอนหลังกองทัพอังกฤษก็ได้เลือกผลงานของ Stanley Thorpe ซึ่งเป็นปืนแบบ bullpub และตัวปืนมีความทันสมัยเหมาะแก่การใช้งานในสมัยนั้น โดยปืนที่เป็นแบบ bullpub มีข้อได้เปรียบตรงที่มีความคล่องตัวและเล็กและยังไม่ทำให้ปืนเสียความแม่นยำอีกด้วย ถ้านับจากยุคนั้นตัว Em 1 และ 2 มีความคล่องตัวมากกว่าไรเฟิ่ลรุ่นอื่น

ปืน L85 นีขึ้นชื่อว่าเป็นปืนจอมเจ้าปัญหาซะเหลือเกินสำหรับบรรดาผู้ใช้ที่อยู่ในสายนี้โดยช่วงแรกก็ถูกสั่งให้เปลี่ยนใข้งานกระสุนขนาด 7.62x51 mm หรือ 5.56x45mm ตามประกาศของกองทัพนาโต้ซึ่งอังกฤษนั้นก็ไม่ต้องการที่จะโละกระสุนที่ผลิดมาก่อนหน้านี้ทิ้งเนื่องจากพวกเขาผลิตกระสุนชนิดที่ใช้ในปัจจุบันไว้เยอะมากและอาจจะต้องทิ้งทั้งหมดเลย

ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนาปืนเป็นรุ่น L1A1 ที่ถูกใช้งานในสงครามเวียดนามโดยใช้กระสุน 7.61x51MM จนมาถึงปี 1980 ก็เปลี่ยนกระสุนอีกครั้งโดยใช้งาน 5.56x45mm กองทัพอังกฤษพอใจกับกระสุนชนิดนี้เป็นอย่างมาก ต่อมาภายหลังปรับเป็น L85A1 ซึ่ง สามารถยิงได้ทั้งระบบ Semi-Auto และ Full Auto โดยทำงานในระบบ Gas Operate

แต่พอเอาเข้าจริงๆกองทัพอังกฤษนำมาใช้งานและบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แย่มาก โดยปืนมีปัญหาอย่างมากอย่างเช่น กระโจมมือเสียหายหรือพังง่ายเกินไป ตัวปืนนั้นมีการขัดลำกล้องอยู่บ่อยครั้ง ตัวล็อกแม็กที่อยู่ๆแม็กก็หลุดมาเฉยๆ ตัวสปริงไม่สามารถดันกระสุนออกมาได้ถ้าเกิดการใช้งานหนัก ตัวปืนที่หนัก

Read more

ปืน Glock ปืนสัญชาติออสเตรีย

ปืน Glock ปืนสัญชาติออสเตรีย

โดยปืนนี้ผลิตโดยบริษัท Glock  โดยตัวเป็นปืนที่ทำสร้างจากโพลิเมอร์ แต่ส่วนลำเลื่อนและลำกล้องจะทำจากเหล็กกล้า โดยปืนจะใช้ระบบการจุดชนวนที่เป็นแบบเข็มแทงชนวนชนิดพุ่งกระแทก แตกต่างกับปืนรุ่นก่อนที่ใช้นกสับไก อีกทั้งราคาที่คิดว่าถูกที่ใครก็สามารถจับต้องได้ โดยปืนนี้ถูกทำขึ้นเมื่อปี 1963 ซึ่งชื่อของคนที่คิดค้นปืนนี้มาก็คือ Mr.Gaston Glock อีกทั้งนายคนนี้นั้นยังไม่ใช่แค่คนประดิษฐ์ปืน Glock ขึ้นมาเท่านั้นเขายังเป็นคนทำอาวุธและยุทธโธปกรให้กับกองทัพอีกมากมาย

โดยส่วนประกอบของปืนชิ้นนี้มีเพียงแค่ 34 ชิ้น ซึ่งปืนที่อยู่ในระดับเดียวกันต้องใช้ชิ้นส่วนถึง 60 ชิ้นทีเดียวกว่าจะเป็นปืนที่พร้อมยิงได้ซึ่ง Glock นั้นใช้กระสุน.45 เอซีพี อีกทั้งปืนนี้นันยังถูกออกแบบมาให้มีแรงสะท้อนน้อยกว่าปืนอื่นในตระกูลปืนพกด้วยกันอีกด้วย ซึ่งมีคนเคยออกมาบอกว่าต้นทุนของปืน Glock นี้นั้นถูกมากโดยมีต้นทุนเพียงแค่ 75 เหรียญ US ดอลล่าก็สามารถสร้างปืนนี้ได้แล้ว โดยปืนล็อตแรกนั้นถูกสั่งซื้อด้วยจำนวน 25,000 กระบอกโดยกองทัพออสเตรีย และขายในช่วงแรกให้กับคนทั่วไปเพียงแค่ 500 ดอลล่าร์

โดยถึงแม้ตัวปืนจะมีขนาดเล็กและกระทัดรัดแต่ก็ยังมีความคงทนและแข็งแรงอยู่มาก ซึ่งปืนนี้จะไม่สามารถเป็นสนิมเนื่องจากผู้ผลิตได้มีการฉาบสารพิเศษที่สามารถป้องกันสนิมได้อีกทั้งตัวปืนส่วนใหญ่ทำจาก โพลิเมอร์ โดยปืนชนิดนี้นั้นจะมีส่วนต่อเติมนั่นคือ Grip ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งลำกล้องปืนยังใหญ่เป็นพิเศษอีกด้วย

โดยปินชืดนี้นั้นจะสามารถปรับได้ 3 ระบบ ซึ่งระบบแรกได้แก่ Trigger Safety

ซึ่งเป็นการควบคุมระบบไกของปืน ซึ่งเป็นระบบที่ขณะที่ทำการดึงไกปืน และนับตั้งตั้งแต่การยิงลูกออกตั้งแต่ลูกแรกถึงลูกสุดท้ายระบบนี้จะสามารถป้องกันระยะตกกระทบของกระสุนได้ดี อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ในสภาพอากาศที่โหดร้าย

Firing Pin Safety

ระบบนี้เราเรียกว่าระบบความปลอดภัยอันติโนมัติ ซึ่งจะมีมาตั้งแต่เริ่มผลิดแล้วระบบนี้จะป้องกันเข็งแทงชนวนขึ้นไปข้างหน้า ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ตำรวจ อีกทั้งยังออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วได้อีกด้วย

Drop Safety

ระบบนี้จะสามารถทำให้ผู้ใช้งานป้องกันการปืนลั่นได้ดีมากอีกทั้งในช่วงหลังนั้น ยังเป็นที่นิยมในหมู่ เอฟบีไอ อีกด้วยทำให้มั่นใจได้เลยว่าปืน glock ชนิดนี้นั้นจะเป็นที่นิยมไปอีกนานเลยทีเดียว

Read more

ปืน G36 ปืนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

ปืน G36 ปืนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

ปืน G36 หรือมีชื่อเต็มว่า เฮคเลอร์แอนด์คอช จี 36 เป็นหนึ่งในตระกูลปืนไรเฟิ่ลจู่โจม โดยปืนตระกูล G36 ในปัจจุบันนั้นมีอยู่มากมายยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ปืนนี้ก็ยิ่งพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยแรกออกมาใช้งานกระสุนขนาด 5.56x45 mm. ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมันโดยบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช ในปี พ.ศ.2533 โดยถูกประดิษฐ์ขึ้นมาแทนที่ปืน G37 ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นปืนที่มีความล้าสมัยและมีสภาพที่เก่าไม่สามารถใช้งานได้ดีอีกต่อไป รูปทรงของปืน G36 นั้นคือทรง Modula เพื่อความกระทัดรัดและคล่องตัว

ผู้สร้างได้ใช้วัสดุในการทำปืนนี้ก็คือ เส้นใยไฟเบอร์กราส ผสมกับ พอลิเมอร์ ซึ่งทำให้ปืนที่ทำออกมาจะมีน้ำหนักที่เบาแต่มีความแข็งแรง ปืน G36 นี้ทำงานด้วยระบบแรงดันก๊าซในสภาวะลูกเลื่อนปิด ขัดกลอนด้วยลูกเลื่อนหมุนตัว อีกทั้งยังมีการปลดกลอนด้วยการใช้แรงดันก๊าซทางเดินสั้นผลักดันก้านสูบ และยังมีลำกล้องขนาด 5.56x45 mm โดยในลำกล้องประกอบด้วย 6 ร่องเกลียวและยังเป็นเกลียวเวียนขวาอีกด้วย โดนแม็กกาซีนสามารถบรรจุได้ 30 นัด และยังมี C-Mag เพื่อใช้ในการบรรจุ 100 นัด และมีอัตราการลั่นกระสุนอยู่ที่ 750 นัดต่อนาที และมีความเร็วอยู่ที่ 920 เมตรต่อวินาที และระยะหวังผลอยู่ที่ 200-600 เมตร

สั่งซื้อครั้งแรกโดยกองทัพเยอรมันโดยชื่อเดิมของปืนนี้คือ HK50 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า G36 หรือ Gewehr ซึ่งการสั่งซื้อครั้งมีการสั่งมากถึง 33,000 กระบอกเลยทีเดียว ซึ่งในปี 1998 ปืนนี้ก็ได้รับการตั้งให้เป็นมาตราฐานในทัพของประเทศสเปนเพื่อทดแทนปืน CETME ต่อมาประเทศสเปนก็ได้รับใบอณุญาติให้ผลิดปืนชนิดนี้ได้ภายใต้การปกครองของประเทศตัวเอง

ปืนนี้ในตอนแรกนั้นถูกพัฒนาภายใต้โครงการ G11 ซึ้งเป็นการพัฒนาอาวุธของบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช โดยตอนแรกใช้งานกระสุน 4.73 mm ซึ่งบริษัท Dynamit Nobel Company เป็นคนออกแบบโดยบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช นั้นได้ใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมหาศาลในการทำโครงการนี้โดยในช่วงหลัง Nato ก็เริ่มหันมาสนใจในโครงการนี้มากขึ้น แต่โครงการ G11 ก็ต้องล้มเลิกไปเนื่องจากกองทัพของ

Read more

ปืน Ak 47 ปืนที่เกือบจะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของโลก

ปืน Ak 47 ปืนที่เกือบจะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของโลก

ปืน AK-47 หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า อาก้า เป็นปืนไรเฟิ่ลจูโจมขนาด 7.62 มม. โดยผู้สร้าง Ak-47 นั่นคือ มิคาเอล คาลาชนิคอฟ ของสหภาพเซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบัน โดยปืนนี้มีชื่อเต็มก็คือ “Kalashnikov’s Automatic Rifle” ปืนนี้นั้นสามารถยิงได้ทั้งระบบ อัตโนมัติ หรือ กึ่งอัตโนมัติก็ย่อมได้

โดยปืนนี้เดิมนั้นคือปืน Ak-46 ซึงแพร่หลายในการใช้งานของกองทัพแดง โดยปืน AK-47 ถูกยอมว่าในปี พ.ศ.2492 ถูกใข้งานในสนธิสัญญาวอร์ซอ

Ak-47 นั้นเป็นปืนที่จะสร้างความสียหายระดับสูงให้กับเป้าหมายที่ถูกยิงเนื่องจากหัวกระสุนขนาด 7.62 x 39 มม. โดยหัวกระสุนชนิดนี้จะบดขยี้และสร้างสะเก็ดเข้าไปในเนื้อเยื่อ แต่มันจะไม่เป็นปัญหาเลยหากมันทะลุออกไปเสียก่อน โดยปืนนี้เป็นปืนที่ถูกออกแบบมาเพื่อสงครามอย่างแท้จริงโดยถึงแม้ว่าจะผ่านมาอย่างยาวนานแต่ปืนนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นปืนที่มีความทนทาน และยังใช้ต้นทุนที่ต่ำอีกด้วยและยังเป็นปืนที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยปืนนี้จะนิยมใข้ในหมู่ของพวกนักปฏิวัติและผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง

เดิมทีปืน AK-47 นั้นมีสิทธิที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ได้เนื่องจากถูกทำขึ้นโดนกองทัพ นาซี เยอรมันที่ตอนนั้นกำลังขยายอาณานิคมในทวีปยุโรปอยู่แต่เนื่องจาก อาดอร์ฟ ฮิตเลอร์ นั้นไม่ได้มีการสั่งให้ใช้งานปืนนี้เนื่องจากคิดว่าต่อให้ไม่ได้ใช้ปืนที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้พวก นาซี เยอรมัน ก็จะสามารถพิชิตพวกฝ่ายศัตรูได้อยู่ดี จนในภายหลังพวกฝ่าย เยอรมัน นั้นแพ้สงครามทำให้บรรดาอาวุธยุทธโธปกรหลายอย่างตกไปเป็นของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ยึดเอาของพวกนี้ไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไปในอนาคต

โดยคุณสมบัติหลักๆของปืนนี้ก็คือ เป็นปืนที่มีน้ำหนักพอดีมือมีขนาดที่ใหญ่แต่ก็บรรจุกระสุนได้ถึง 30 นัดรวมถึงยังสามารถถอดล้างได้ง่ายอีกด้วยหากเกิดการเปื้อนดินหรือโคลนก็ตาม หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2502 Ak-47 ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกโดยใช้ชื่อว่า AKM หรือชื่อเต็มคือ “Avtomat kalashnnikova Modernizorovannyj” ซึ่งปืนนี้จะมีการทำโครงปืนด้วยเครื่องจักรและมีการทำดุมแผ่นเหล็กโครงปืนให้เป็นเพียงช่องเล็กๆ นอกจากนี้แล้วตัวปากลำกล้องของปืนยังเปลี่ยเป็นแบบเฉียงปากฉลาม ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการลดการสบัดของปืน โดยอัตตราการยิงของปืนนี้จะอยู่ที่ 600 นัดต่อนาที มีความเร็ว 715 เมตรต่อวินาที อีกทั้งยังมีระยะหวังผลไกลถึง 550 เมตรถ้ายิงในแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยแม็กกาซีนอาจจะใหญ่ได้ถึง 30-45 นัดเลยทีเดียว

Read more

ปืนไรเฟิ่ลซุ่มโจมตีในระยะไกล AWP

ปืนไรเฟิ่ลซุ่มโจมตีในระยะไกล AWP

ปืนชนิดนี้คนที่ชอบปืนอย่างเราๆก็คงจะรู้จักกันไม่ใช่น้อยหลังจากที่ประกาศศักดาในการปฏิบัติการที่ตะวันออกกลางอย่าง อัฟกานิสถาน หรือ อิรัก โดยปืนนี้มีอำนาจการทำล้างที่สูงแต่ถ้าเทียบกับปืนไรเฟิ่ลระยะไกลก็ถือว่าพอๆกันมาก โดยปืนนี้สามารถจะยิงเป้าหมายโดนได้ถึงแม้จะอยู่ในที่กำบัง เนื่องจากใช้งานกระสุน 7.62x51 MM ซึ่งมันก็มีผลอย่างมากปืนนี้ถูกผลิตโดยกองทัพอังกฤษ ปืนนี้มีต้นแบบมาจาก L96Aa ซึ่งตอนนั้นใช้ในกองทัพกันอย่างแพร่หลายแต่ด้วยเหตุที่ว่า L96A1 นั้นเป็นไรเฟิ่ลระยะไกลที่อาจจะอณุภาพไม่เท่ากับปันจุบันจึงถูกพัฒนาเรื่อยมาจนถูกเปลี่ยนชื่อเป็น AWP อย่างที่เราทราบกันทุกวันนี้

AWP นั้นมีชื่ออย่างเต็มๆว่า Aaccuracy International Arctic Warfare ตัว P ในอันหลังนั้นย่อมาจาก Police นั้นเองตัวปืน AW นั้นมีหลายรุ่นมากมายอย่างเช่นรุ่น AW,AWF,AWP,AWS,AWS covert,AWM,AWSM,AW50,AW50F ไรเฟิ่ลตัวนี้เป็นปืนประเภท Bolt-Action หรือแบบคันชัก ซึ่งตั้งแต่ คริศต์ศักราช 1980 ปืนนี้ก็มักจะถูกใข้งานในนามของกองทัพและตำรวจซะมากกว่า และปืนนี้ยังเป็นที่นิยมชมชอบเนื่องจากประสิทธิภาพของมันที่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสไนเปอร์ของประเทศอื่นๆสักเท่าไหร่ ปืนนี้เหมาะแก่การใช้งานในภูมิประเทศที่เป็นตึกและในป่าก็ยังสามารถใช้ได้ แต่ปัญหาของปืนนี้ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปัญหาราคาปืนที่แพงมากๆ

โดยรุ่นเดิมใช้ชื่อรุ่นว่า AW ปืนนี้ใช้กระสุน 7.62 mm ซึ่งรูปแบบก็ปกตแบบที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว

รุ่น AWP 7.62 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใช้งานโดยตำรวจเพราะเหมาะแก่การป้องกันการก่อการร้ายในเมือง

รุ่น AWS นั้นเหมาะแก่การซุ่มโจมตีแบบสายฟ้าแลบ พานท้ายสามารถพับได้ ลำกล้องปืนสามารถเก็บได้ เป็นปืนที่นิยมใข้ในหมู่สไนเปอร์ขั้นสูงซึ่งจะเหมาะแก่การสุ่มโจมตีอย่างมาก

ส่วนรุ่น AWF นั้นแทบไม่แตกต่างกับตัวดั้งเดิมเลยเปลี่ยนแค่ตัวพานท้ายที่สามารถพับได้ก็เท่านั้น

รุ่น AW AI นั้นเป็นรุ่นที่ถือว่าพิเศษสักหน่อยเนื่องจากออกแบบมาให้ยิงลูก .50 BMG ของ M82A1 ได้

และยังมีอีกหลายรุ่นแต่ผมแนะนำนะครับสำหรับคนที่สนใจปืนไรเฟิ่ลซุ่มยิงแต่ถึงราคาจะสูงไปสักนิดหน่อยแต่ก็การยิงที่สนุกและมันแน่นอนครับ ในรุ่นหลังนั้นการยิงลูก .50 BMG นั้นเป็นเรื่องปกไปแล้วเนื่องจากถูกออกแบบมาให้รองรับกับลูกนั้นอีกทั้งยังมีรุ่นที่ออกแบบให้ยิงได้กับลูกกระสุน .300 หรือ .338 ระยะหวังผลของปืนนี้คือ 800 เมตรเท่านั้นมากกว่านั้นคงต้องอาศัยความชำนาญของผู้ใช้

Read more
1 2