ปืน Steyr Aug ปืนหวังผลในระยะกลาง

ปืน Steyr Aug ปืนหวังผลในระยะกลาง

Steyr Aug ถือเป็นปืนสัญชาติออสเตรีย ถูกออกแบบโดย Steyr Mannlicher Gmbh & Co Kg ในปีคริสต์ศักราชที่ 1970 โดยชื่อเต็มของปืน AUG ที่เรารู้จักกันก็คือ Armee Universal Gewehr หรือจะแปลเป็นภาษาอังกฤษก็คือ Univesal Army Rifle ปืนนี้เป็นปืนสารพัดประโยชน์เหมาะแก่การรบทุกภาคสนามวัตถุประสงของการผลิตปืนขนิดนี้ก็คือทำมาแทนที่ Fn Fal ที่ประจำการอยู่ในขณะนั้น AUG มีรหัสเป็นทางการว่า STG 77 ต่อมากองทัพได้สั่งซื้อ Aug เข้ามาใข้งานในปี คริสต์ศักราช 1978 โดยถูกใข้งานโดยกองทัพออสเตรีย,ตำรวจพื้นที่,ทหารอาร์เจนติน่า ต่อมาออสเตรียจัดการซื้อพิมพ์เขียวเพื่อมาผลิดเอง

Aug นั้นมีหลายรุ่นแต่จุดเด่นหลักของทุกรุ่นก็คือการเป็นปืนอเนกประสงค์ เพื่อใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป ชิ้นส่วนนั้นทำจาก โพลิเมอร์ ทำให้แข็งแรงและทนแต่มีน้ำหนักเบาและก็มีบางส่วนที่ยังเป็นเหล็กอยู่

Aug รุ่นแรกใช้ชื่อว่า Aug A1 ซึ่งมี 6 ส่วนประกอบได้นั่นก็คือ ลำกล้อง,โครงปืนด้านบนทำเป็นหูหิ้วและมีกล้องเล็งติดในตัว,ลูกเลื่อนและห้องลูกเลื่อน,พานท้ายและแม็กกาซีน ปืนAug A1 ทำงานด้วยระบบแก๊ซซึ่งกระบอกสูบนั้นอยู่ด้านขวาของปืนนี้นั้นเองโดยแก๊สจะไปผลักไกด์รอดข้างขวา เพื่อดันนกปืนให้ขัดกับเซียร์ไว้

AUG A1 สามารถทำงานได้ทั้งระบบ Full Auto และ Semi-Auto แต่ปืนนี้นั้นได้รับการติดตั้งระบบการห้ามไกเพื่อการตัดการทำงานของชุดลั่นไก อีกทั้งสามารถปรับแรงดันแก๊สได้ 3 ระดับ โดยระดับแรกใข้ยิงในสภาวะปกติ และแบบที่ 2 ยิงในสภาวะที่เลวร้ายในที่ที่สภาพอากาศนั้นย่ำแย่ โดยแบบที่ 3 จะเป็นการปิดการยิงเพื่อใช้งานการยิงลูกระเบิด ปืน ชนิดนี้นั้นมีแม็กกาซีนที่บรรจุลูกกระสุนได้ 30 นัด โดยใช้ลูก 5.56x45 mm Nato หรือกระสุน .223 ก็ได้น้ำหนักแม็กเปล่านั้น

Read more

ปืน MP 5 เบากระทัดรัดเหมาะแก่การใช้งานจู่โจมเร็ว

ปืน MP 5 เบากระทัดรัดเหมาะแก่การใช้งานจู่โจมเร็ว

ปืน MP 5 นั้นเป็นปืนสัญชาติเยอรมัน โดยปืนนี้จุดเด่นจะอยู่ที่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังมีความคล่องตัวสูง มีความแม่นยำที่ดีเลิศ อีกทั้งระบบยิงที่หลากหลายและสามารถเซฟความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานได้ดีอีกด้วย โดยเป็นปืนกลเบาที่ใครบนโลกก็ต้องรู้จัก โดยผู้ผลิตปืน MP 5 ก็คือบริษัท H&K โดยปืนนี้เราจะเห็นเป็นที่นิยมใข้งานของพวก S.W.A.T. หรือ Seal หรือจะเป็นทหารฝ่าย Nato ก็ยังใช้งานปืนนี้ อาวุธชนิดนี้มีความทนทานที่ดีเยี่ยม แรงสะท้อนน้อยทำให้ผู้ใช้คุมปืนง่าย โดยหลายประเทศยังมีการสั่งปืนนี้มาประจำการในประเทศจำนวนมากซึ่งก็ไม่แว้นแม้แต่ประเทศไทยของเราเอง โดยปืนนี้สามารถที่จะใส่ตัวเสริมปืนได้มากพอสมควร โดยจุดเด่นของปืน MP 5 ทุกรุ่นนั้นจะมีแม็กชนิดพิเศษด้วยนั่นก็คือ Beta C-mag โดยในแม็กกาซีนดังกล่าวจะบรรจุลูกกระสุนจำนวน 100 นัด แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่นักเนื่องจากจุดเด่นของปืน MP 5 นั่นก็คือความเร็วและคล่องตัวแต่การใส่ Beta C-Mag จะทำให้ปืนต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นอย่างมากนอกจาก Beta C-Mag แล้วนั้นยังมียังมี Drum Mag แต่ก็ไม่มีอันไหนเป็นที่นิยมเท่ากับแม็กกาซีน 30 นัด

โดย แม็กกาซีน 30 นัด สามารถนำมาเป็นคลิปติดกันได้ 3 แม็กทำให้มีจำนวน 90 นัด และยังสามารถแปะกาวหนังไก่บริเวณรอบด้านแม็กกาซีน มันจะทำให้สามารถเปลี่ยนแม็กได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบา

ต่อมาก็มีการพัฒนาจาก MP 5 เป็น MP5A3 โดยรุ่นใหม่นี้นั้นจะแตกต่างตรงพันท้ายที่สามารถปรับระดับได้ พร้อมด้วยเพิ่มการติดตั้งให้สามารถติดไฟฉายตรงบริเวณกระโจมมือได้อีกด้วย โดยรุ่นนี้ใช้งานกระสุนขนาด 9x19 mm. Luger

ปืนนี้ได้มีระบบปฏิบัติการ Blowback และ Closed bolt แต่ปืนนี้นั้นไม่มีระบบการยิงแบบ Semi-Auto ซึ่งผู้ผลิดใส่แต่ระบบการยิงแบบ Full Auto มาให้กับปืนนี้เท่านั้น มีอัตราการลั่นลูกกระสุนอยู่ที่ 800 นัดต่อนาที ซึ่งระยะหวังผลของปืนนี้คือ 25 เมตร โดยปืนนี้สามารถเพิ่มออฟชั่นให้กับปืนได้มากมายได้แก่ ไฟฉาย,ศูนย์เล็งเลเซอร์,

Read more

ปืน M4A1 ปืนที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหลายประเทศ

ปืน M4A1 ปืนที่แพร่หลายและเป็นที่นิยมในหลายประเทศ

M4A1 คาร์บิน โดยปืนนี้ถูกออกแบบโดย ยูจีน สโตนเนอร์  โดยปืนขนิดนี้ความยาวที่น้อยและน้ำหนักที่น้อยกว่าตัว M16 เสียอีก โดยปืนนี้มีทั้งระบบ Single Fire หรือจะเป็น Auto Fire ก็สามารถที่จะใช้ได้เช่นกัน

ปืนนี้มีความเล็กกะทัดรัดและหน่วงลำกล้องด้วยแก๊ซ มีระบบระบายความร้อน และป้อนกระสุนจากแม็กกาซีนอีกทั้งยังสามารถเลือกที่จะปรับตัวพันท้ายให้มีความสั้นยาวเข้ากับตัวผู้ใช้ได้อีกด้วย โดยการปรับระดับทันท้ายสามารถปรับได้ 6 ระดับ

โดยในปัจจุบัน ปืน M4A1 นั้นถูกใช้แพร่หลายในหลายกองทัพไม่ว่าจะเป็นหน่วยจู่โจมทำลายใต้น้ำ หน่วยอากาศโยธิน โดยปืนนี้ถูกพัฒนาอย่างจริงจังในกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทที่เป็นผู้พัฒนานั่นก็คือโคลท์ โดยปืนนี้นั้นจะมีด้ามจับพร้อมศูนย์เล็งในตัวบนรางพิคาทินนี่ ซึ่งตอนนี้ด้ามจับสามารถถอดได้

ปืนนี้มีการออกแบบให้ใช้กระสุน 5.56 มม. สามารถทำงานในระบบแก๊ส และระบายความร้อนด้วยอาศ โดยตัวลำกล้องนั้นมีความยาว 14.5 นิ้ว ทำให้ทหารที่ใช้งานปืนนี้นั้นหมดปัญหาในการใช้งานในพื้นที่ ที่จำกัดอีกทั้งยังมีความแม่นยำที่สูงมากด้วยพลังทำลายก็เยี่ยมทีเดียว โดยมีระยะหวังผลอยู่ที่ 500 เมตร อัตตราการบิง 700-950 นัดต่อนาที ความเร็วปืน M4A1 จะอยู่ที่ 910 เมตรต่อวินาที โดยแม็กกาซีนของปืนนี้นั้นจะบรรจุลูกทั้งหมด 30 นัด

อีกทั้งปืนนี้นั้นยังสามารถที่จะใส่ลูกเล่นหรือ Mod ให้กับปืนได้อย่างมากไม่ว่าจะเป็นตัวเก็บเสียงเพื่อปฏิบัตรการในภารกิจที่ต้องการความเงียบหรือตัว Flash Hider ซึ่งตัวเสริมตัวนี้จะช่วยให้เราสามารถเก็บแสงไฟที่ออกจากปากกระบอกได้ดียิ่งขึ้นอีกทั้งยังสามารถติดลำกล้องบนรางพิคาทินนี่ได้อีกด้วย โดยปืนนี้นั้นนิยมใช้งานกันอย่างมากในสงคราม อัฟกานิสถาน และสงครามอิรักและยังมีสงครามโคลัมเบียอีกด้วย

แต่จะแพร่หลายในหมู่นาวิกโยธินสหรัฐ นั้นเอง โดยปืนนี้นั้นมีพื้นฐานมาจาก M16 ซึ่งในเวลานั้นเป็นที่นิยมอย่างมากหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทหารสหรัฐอเมริกาก็ยังใช้งานมันในสงครามที่ทวีปเอเชียด้วย อย่างเช่น สงครามกับพวกเวียดนามที่ในเวลานั้นเราจะเห็นทหารสหรัฐอเมริกาใช้งาน M16 กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในปัจจุบัน M1A1 นั้นไม่มีระบบยิงเป็นชุดเหมือน M 16 แล้วแต่ได้ทดแทนด้วยระบบที่เป็นการยิงแบบ Auto เข้าไปแทนซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ใช้งานมีการใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและไม่ติดขัด

Read more

ปืน L85 ปืนจู่โจมของกองทัพอังกฤษ

ปืน L85 ปืนจู่โจมของกองทัพอังกฤษ

ปืนรุ่นนี้เป็นปืนประจำสัญชาติ อังกฤษ โดยเมื่อก่อนหน้านี้ปืนรุ่นนี้ในยุคแรกจะนิยมงานใช้งานกระสุน 7.7x56 mmr หรือ .303 British กระสุนชนิดนี้มักจะถูกใช้งานในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ตอนนี้เขาต้องการเปลี่ยนเพราะมันล้าสมัยจนเกินไป ซึ่งต่อมาก็ได้ให้กำเนิดกระสุน 7x43mm หรือ .280 British ซึ่งเจ้าปืนชนิดนี้แหละที่ถูกออกแบบเพื่อปืน L85

โดยปืนในรุ่นแรกถูกออกแบบมาในรหัส Em 1 และ Em 2 ผู้ออกแบบคือ Stanley Thorpe และรุ่น Em3 ออกแบบโดย Major Eric Hall ส่วน Em4 ผู้ออกแบบคือ Dennis Burney ซึ่งตัวสุดท้ายนี้มีเพียงแค่พิมพ์เขียวเท่านั้น ซึ่งตอนหลังกองทัพอังกฤษก็ได้เลือกผลงานของ Stanley Thorpe ซึ่งเป็นปืนแบบ bullpub และตัวปืนมีความทันสมัยเหมาะแก่การใช้งานในสมัยนั้น โดยปืนที่เป็นแบบ bullpub มีข้อได้เปรียบตรงที่มีความคล่องตัวและเล็กและยังไม่ทำให้ปืนเสียความแม่นยำอีกด้วย ถ้านับจากยุคนั้นตัว Em 1 และ 2 มีความคล่องตัวมากกว่าไรเฟิ่ลรุ่นอื่น

ปืน L85 นีขึ้นชื่อว่าเป็นปืนจอมเจ้าปัญหาซะเหลือเกินสำหรับบรรดาผู้ใช้ที่อยู่ในสายนี้โดยช่วงแรกก็ถูกสั่งให้เปลี่ยนใข้งานกระสุนขนาด 7.62x51 mm หรือ 5.56x45mm ตามประกาศของกองทัพนาโต้ซึ่งอังกฤษนั้นก็ไม่ต้องการที่จะโละกระสุนที่ผลิดมาก่อนหน้านี้ทิ้งเนื่องจากพวกเขาผลิตกระสุนชนิดที่ใช้ในปัจจุบันไว้เยอะมากและอาจจะต้องทิ้งทั้งหมดเลย

ซึ่งต่อมาก็ได้พัฒนาปืนเป็นรุ่น L1A1 ที่ถูกใช้งานในสงครามเวียดนามโดยใช้กระสุน 7.61x51MM จนมาถึงปี 1980 ก็เปลี่ยนกระสุนอีกครั้งโดยใช้งาน 5.56x45mm กองทัพอังกฤษพอใจกับกระสุนชนิดนี้เป็นอย่างมาก ต่อมาภายหลังปรับเป็น L85A1 ซึ่ง สามารถยิงได้ทั้งระบบ Semi-Auto และ Full Auto โดยทำงานในระบบ Gas Operate

แต่พอเอาเข้าจริงๆกองทัพอังกฤษนำมาใช้งานและบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แย่มาก โดยปืนมีปัญหาอย่างมากอย่างเช่น กระโจมมือเสียหายหรือพังง่ายเกินไป ตัวปืนนั้นมีการขัดลำกล้องอยู่บ่อยครั้ง ตัวล็อกแม็กที่อยู่ๆแม็กก็หลุดมาเฉยๆ ตัวสปริงไม่สามารถดันกระสุนออกมาได้ถ้าเกิดการใช้งานหนัก ตัวปืนที่หนัก

Read more

ปืน G36 ปืนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

ปืน G36 ปืนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ

ปืน G36 หรือมีชื่อเต็มว่า เฮคเลอร์แอนด์คอช จี 36 เป็นหนึ่งในตระกูลปืนไรเฟิ่ลจู่โจม โดยปืนตระกูล G36 ในปัจจุบันนั้นมีอยู่มากมายยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ปืนนี้ก็ยิ่งพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยแรกออกมาใช้งานกระสุนขนาด 5.56x45 mm. ผลิตขึ้นในประเทศเยอรมันโดยบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช ในปี พ.ศ.2533 โดยถูกประดิษฐ์ขึ้นมาแทนที่ปืน G37 ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นปืนที่มีความล้าสมัยและมีสภาพที่เก่าไม่สามารถใช้งานได้ดีอีกต่อไป รูปทรงของปืน G36 นั้นคือทรง Modula เพื่อความกระทัดรัดและคล่องตัว

ผู้สร้างได้ใช้วัสดุในการทำปืนนี้ก็คือ เส้นใยไฟเบอร์กราส ผสมกับ พอลิเมอร์ ซึ่งทำให้ปืนที่ทำออกมาจะมีน้ำหนักที่เบาแต่มีความแข็งแรง ปืน G36 นี้ทำงานด้วยระบบแรงดันก๊าซในสภาวะลูกเลื่อนปิด ขัดกลอนด้วยลูกเลื่อนหมุนตัว อีกทั้งยังมีการปลดกลอนด้วยการใช้แรงดันก๊าซทางเดินสั้นผลักดันก้านสูบ และยังมีลำกล้องขนาด 5.56x45 mm โดยในลำกล้องประกอบด้วย 6 ร่องเกลียวและยังเป็นเกลียวเวียนขวาอีกด้วย โดนแม็กกาซีนสามารถบรรจุได้ 30 นัด และยังมี C-Mag เพื่อใช้ในการบรรจุ 100 นัด และมีอัตราการลั่นกระสุนอยู่ที่ 750 นัดต่อนาที และมีความเร็วอยู่ที่ 920 เมตรต่อวินาที และระยะหวังผลอยู่ที่ 200-600 เมตร

สั่งซื้อครั้งแรกโดยกองทัพเยอรมันโดยชื่อเดิมของปืนนี้คือ HK50 ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า G36 หรือ Gewehr ซึ่งการสั่งซื้อครั้งมีการสั่งมากถึง 33,000 กระบอกเลยทีเดียว ซึ่งในปี 1998 ปืนนี้ก็ได้รับการตั้งให้เป็นมาตราฐานในทัพของประเทศสเปนเพื่อทดแทนปืน CETME ต่อมาประเทศสเปนก็ได้รับใบอณุญาติให้ผลิดปืนชนิดนี้ได้ภายใต้การปกครองของประเทศตัวเอง

ปืนนี้ในตอนแรกนั้นถูกพัฒนาภายใต้โครงการ G11 ซึ้งเป็นการพัฒนาอาวุธของบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช โดยตอนแรกใช้งานกระสุน 4.73 mm ซึ่งบริษัท Dynamit Nobel Company เป็นคนออกแบบโดยบริษัท เฮคเลอร์แอนด์คอช นั้นได้ใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมหาศาลในการทำโครงการนี้โดยในช่วงหลัง Nato ก็เริ่มหันมาสนใจในโครงการนี้มากขึ้น แต่โครงการ G11 ก็ต้องล้มเลิกไปเนื่องจากกองทัพของ

Read more

ปืน Ak 47 ปืนที่เกือบจะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของโลก

ปืน Ak 47 ปืนที่เกือบจะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของโลก

ปืน AK-47 หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า อาก้า เป็นปืนไรเฟิ่ลจูโจมขนาด 7.62 มม. โดยผู้สร้าง Ak-47 นั่นคือ มิคาเอล คาลาชนิคอฟ ของสหภาพเซเวียตหรือรัสเซียในปัจจุบัน โดยปืนนี้มีชื่อเต็มก็คือ “Kalashnikov’s Automatic Rifle” ปืนนี้นั้นสามารถยิงได้ทั้งระบบ อัตโนมัติ หรือ กึ่งอัตโนมัติก็ย่อมได้

โดยปืนนี้เดิมนั้นคือปืน Ak-46 ซึงแพร่หลายในการใช้งานของกองทัพแดง โดยปืน AK-47 ถูกยอมว่าในปี พ.ศ.2492 ถูกใข้งานในสนธิสัญญาวอร์ซอ

Ak-47 นั้นเป็นปืนที่จะสร้างความสียหายระดับสูงให้กับเป้าหมายที่ถูกยิงเนื่องจากหัวกระสุนขนาด 7.62 x 39 มม. โดยหัวกระสุนชนิดนี้จะบดขยี้และสร้างสะเก็ดเข้าไปในเนื้อเยื่อ แต่มันจะไม่เป็นปัญหาเลยหากมันทะลุออกไปเสียก่อน โดยปืนนี้เป็นปืนที่ถูกออกแบบมาเพื่อสงครามอย่างแท้จริงโดยถึงแม้ว่าจะผ่านมาอย่างยาวนานแต่ปืนนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นปืนที่มีความทนทาน และยังใช้ต้นทุนที่ต่ำอีกด้วยและยังเป็นปืนที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยปืนนี้จะนิยมใข้ในหมู่ของพวกนักปฏิวัติและผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง

เดิมทีปืน AK-47 นั้นมีสิทธิที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ได้เนื่องจากถูกทำขึ้นโดนกองทัพ นาซี เยอรมันที่ตอนนั้นกำลังขยายอาณานิคมในทวีปยุโรปอยู่แต่เนื่องจาก อาดอร์ฟ ฮิตเลอร์ นั้นไม่ได้มีการสั่งให้ใช้งานปืนนี้เนื่องจากคิดว่าต่อให้ไม่ได้ใช้ปืนที่มีประสิทธิภาพขนาดนี้พวก นาซี เยอรมัน ก็จะสามารถพิชิตพวกฝ่ายศัตรูได้อยู่ดี จนในภายหลังพวกฝ่าย เยอรมัน นั้นแพ้สงครามทำให้บรรดาอาวุธยุทธโธปกรหลายอย่างตกไปเป็นของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ยึดเอาของพวกนี้ไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อไปในอนาคต

โดยคุณสมบัติหลักๆของปืนนี้ก็คือ เป็นปืนที่มีน้ำหนักพอดีมือมีขนาดที่ใหญ่แต่ก็บรรจุกระสุนได้ถึง 30 นัดรวมถึงยังสามารถถอดล้างได้ง่ายอีกด้วยหากเกิดการเปื้อนดินหรือโคลนก็ตาม หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2502 Ak-47 ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกโดยใช้ชื่อว่า AKM หรือชื่อเต็มคือ “Avtomat kalashnnikova Modernizorovannyj” ซึ่งปืนนี้จะมีการทำโครงปืนด้วยเครื่องจักรและมีการทำดุมแผ่นเหล็กโครงปืนให้เป็นเพียงช่องเล็กๆ นอกจากนี้แล้วตัวปากลำกล้องของปืนยังเปลี่ยเป็นแบบเฉียงปากฉลาม ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการลดการสบัดของปืน โดยอัตตราการยิงของปืนนี้จะอยู่ที่ 600 นัดต่อนาที มีความเร็ว 715 เมตรต่อวินาที อีกทั้งยังมีระยะหวังผลไกลถึง 550 เมตรถ้ายิงในแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยแม็กกาซีนอาจจะใหญ่ได้ถึง 30-45 นัดเลยทีเดียว

Read more

ปืนไรเฟิ่ลซุ่มโจมตีในระยะไกล AWP

ปืนไรเฟิ่ลซุ่มโจมตีในระยะไกล AWP

ปืนชนิดนี้คนที่ชอบปืนอย่างเราๆก็คงจะรู้จักกันไม่ใช่น้อยหลังจากที่ประกาศศักดาในการปฏิบัติการที่ตะวันออกกลางอย่าง อัฟกานิสถาน หรือ อิรัก โดยปืนนี้มีอำนาจการทำล้างที่สูงแต่ถ้าเทียบกับปืนไรเฟิ่ลระยะไกลก็ถือว่าพอๆกันมาก โดยปืนนี้สามารถจะยิงเป้าหมายโดนได้ถึงแม้จะอยู่ในที่กำบัง เนื่องจากใช้งานกระสุน 7.62x51 MM ซึ่งมันก็มีผลอย่างมากปืนนี้ถูกผลิตโดยกองทัพอังกฤษ ปืนนี้มีต้นแบบมาจาก L96Aa ซึ่งตอนนั้นใช้ในกองทัพกันอย่างแพร่หลายแต่ด้วยเหตุที่ว่า L96A1 นั้นเป็นไรเฟิ่ลระยะไกลที่อาจจะอณุภาพไม่เท่ากับปันจุบันจึงถูกพัฒนาเรื่อยมาจนถูกเปลี่ยนชื่อเป็น AWP อย่างที่เราทราบกันทุกวันนี้

AWP นั้นมีชื่ออย่างเต็มๆว่า Aaccuracy International Arctic Warfare ตัว P ในอันหลังนั้นย่อมาจาก Police นั้นเองตัวปืน AW นั้นมีหลายรุ่นมากมายอย่างเช่นรุ่น AW,AWF,AWP,AWS,AWS covert,AWM,AWSM,AW50,AW50F ไรเฟิ่ลตัวนี้เป็นปืนประเภท Bolt-Action หรือแบบคันชัก ซึ่งตั้งแต่ คริศต์ศักราช 1980 ปืนนี้ก็มักจะถูกใข้งานในนามของกองทัพและตำรวจซะมากกว่า และปืนนี้ยังเป็นที่นิยมชมชอบเนื่องจากประสิทธิภาพของมันที่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสไนเปอร์ของประเทศอื่นๆสักเท่าไหร่ ปืนนี้เหมาะแก่การใช้งานในภูมิประเทศที่เป็นตึกและในป่าก็ยังสามารถใช้ได้ แต่ปัญหาของปืนนี้ก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปัญหาราคาปืนที่แพงมากๆ

โดยรุ่นเดิมใช้ชื่อรุ่นว่า AW ปืนนี้ใช้กระสุน 7.62 mm ซึ่งรูปแบบก็ปกตแบบที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว

รุ่น AWP 7.62 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใช้งานโดยตำรวจเพราะเหมาะแก่การป้องกันการก่อการร้ายในเมือง

รุ่น AWS นั้นเหมาะแก่การซุ่มโจมตีแบบสายฟ้าแลบ พานท้ายสามารถพับได้ ลำกล้องปืนสามารถเก็บได้ เป็นปืนที่นิยมใข้ในหมู่สไนเปอร์ขั้นสูงซึ่งจะเหมาะแก่การสุ่มโจมตีอย่างมาก

ส่วนรุ่น AWF นั้นแทบไม่แตกต่างกับตัวดั้งเดิมเลยเปลี่ยนแค่ตัวพานท้ายที่สามารถพับได้ก็เท่านั้น

รุ่น AW AI นั้นเป็นรุ่นที่ถือว่าพิเศษสักหน่อยเนื่องจากออกแบบมาให้ยิงลูก .50 BMG ของ M82A1 ได้

และยังมีอีกหลายรุ่นแต่ผมแนะนำนะครับสำหรับคนที่สนใจปืนไรเฟิ่ลซุ่มยิงแต่ถึงราคาจะสูงไปสักนิดหน่อยแต่ก็การยิงที่สนุกและมันแน่นอนครับ ในรุ่นหลังนั้นการยิงลูก .50 BMG นั้นเป็นเรื่องปกไปแล้วเนื่องจากถูกออกแบบมาให้รองรับกับลูกนั้นอีกทั้งยังมีรุ่นที่ออกแบบให้ยิงได้กับลูกกระสุน .300 หรือ .338 ระยะหวังผลของปืนนี้คือ 800 เมตรเท่านั้นมากกว่านั้นคงต้องอาศัยความชำนาญของผู้ใช้

Read more