ปืน Glock ปืนสัญชาติออสเตรีย

ปืน Glock ปืนสัญชาติออสเตรีย

โดยปืนนี้ผลิตโดยบริษัท Glock  โดยตัวเป็นปืนที่ทำสร้างจากโพลิเมอร์ แต่ส่วนลำเลื่อนและลำกล้องจะทำจากเหล็กกล้า โดยปืนจะใช้ระบบการจุดชนวนที่เป็นแบบเข็มแทงชนวนชนิดพุ่งกระแทก แตกต่างกับปืนรุ่นก่อนที่ใช้นกสับไก อีกทั้งราคาที่คิดว่าถูกที่ใครก็สามารถจับต้องได้ โดยปืนนี้ถูกทำขึ้นเมื่อปี 1963 ซึ่งชื่อของคนที่คิดค้นปืนนี้มาก็คือ Mr.Gaston Glock อีกทั้งนายคนนี้นั้นยังไม่ใช่แค่คนประดิษฐ์ปืน Glock ขึ้นมาเท่านั้นเขายังเป็นคนทำอาวุธและยุทธโธปกรให้กับกองทัพอีกมากมาย

โดยส่วนประกอบของปืนชิ้นนี้มีเพียงแค่ 34 ชิ้น ซึ่งปืนที่อยู่ในระดับเดียวกันต้องใช้ชิ้นส่วนถึง 60 ชิ้นทีเดียวกว่าจะเป็นปืนที่พร้อมยิงได้ซึ่ง Glock นั้นใช้กระสุน.45 เอซีพี อีกทั้งปืนนี้นันยังถูกออกแบบมาให้มีแรงสะท้อนน้อยกว่าปืนอื่นในตระกูลปืนพกด้วยกันอีกด้วย ซึ่งมีคนเคยออกมาบอกว่าต้นทุนของปืน Glock นี้นั้นถูกมากโดยมีต้นทุนเพียงแค่ 75 เหรียญ US ดอลล่าก็สามารถสร้างปืนนี้ได้แล้ว โดยปืนล็อตแรกนั้นถูกสั่งซื้อด้วยจำนวน 25,000 กระบอกโดยกองทัพออสเตรีย และขายในช่วงแรกให้กับคนทั่วไปเพียงแค่ 500 ดอลล่าร์

โดยถึงแม้ตัวปืนจะมีขนาดเล็กและกระทัดรัดแต่ก็ยังมีความคงทนและแข็งแรงอยู่มาก ซึ่งปืนนี้จะไม่สามารถเป็นสนิมเนื่องจากผู้ผลิตได้มีการฉาบสารพิเศษที่สามารถป้องกันสนิมได้อีกทั้งตัวปืนส่วนใหญ่ทำจาก โพลิเมอร์ โดยปืนชนิดนี้นั้นจะมีส่วนต่อเติมนั่นคือ Grip ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับผู้ใช้ได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งลำกล้องปืนยังใหญ่เป็นพิเศษอีกด้วย

โดยปินชืดนี้นั้นจะสามารถปรับได้ 3 ระบบ ซึ่งระบบแรกได้แก่ Trigger Safety

ซึ่งเป็นการควบคุมระบบไกของปืน ซึ่งเป็นระบบที่ขณะที่ทำการดึงไกปืน และนับตั้งตั้งแต่การยิงลูกออกตั้งแต่ลูกแรกถึงลูกสุดท้ายระบบนี้จะสามารถป้องกันระยะตกกระทบของกระสุนได้ดี อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ในสภาพอากาศที่โหดร้าย

Firing Pin Safety

ระบบนี้เราเรียกว่าระบบความปลอดภัยอันติโนมัติ ซึ่งจะมีมาตั้งแต่เริ่มผลิดแล้วระบบนี้จะป้องกันเข็งแทงชนวนขึ้นไปข้างหน้า ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ตำรวจ อีกทั้งยังออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและรวดเร็วได้อีกด้วย

Drop Safety

ระบบนี้จะสามารถทำให้ผู้ใช้งานป้องกันการปืนลั่นได้ดีมากอีกทั้งในช่วงหลังนั้น ยังเป็นที่นิยมในหมู่ เอฟบีไอ อีกด้วยทำให้มั่นใจได้เลยว่าปืน glock ชนิดนี้นั้นจะเป็นที่นิยมไปอีกนานเลยทีเดียว

Read more